วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ดอกไม้ริมทาง … ความงามที่มองผ่าน

ไอละอองความร้อน … ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าหน้าร้อนได้เดินทางเยือนถึงหน้าบ้านแล้ว ตื่นขึ้นมาแสงจัดจ้าก็ส่องมาทักทายตั้งแต่เช้า

ดวงอาทิตย์ … มีจุดมุ่งหมายให้แสงสว่าง แต่บางครั้งก็สามารถแผดเผาสรรพสิ่งให้ไหม้เป็นจุณได้ในพริบตา นี่ได้กลายเป็นสัจธรรมที่ฉันได้รู้สึก และมีความลึกซึ้งมากขึ้นทุกปี

ท่ามกลางอากาศร้อนจัด … ยังมีสรรพชีวิตบางอย่างที่สดใส เริงร่า อ้าแขนโอบกอด ต้อนรับไอร้อนของดวงตะวันอย่างเต็มอก เต็มใจ … ดอกไม้สีสันจัดจ้านของหน้าร้อนยังไงล่ะคะ

ตะแบก และอินทนิลสีม่วงโรแมนติก ดอกแบบบางที่แย้มกลีบออกมาท้าทายแสงแดดอยู่ริมถนนที่ฉันผ่านไปมาทุกวัน … ไม่ค่อยได้ใส่ใจ สังเกตเสียด้วยซ้ำว่ามีต้นไม้ที่สามารถแต่งแต้มโลกให้สวยงามอยู่ข้างๆทาง …

ชีวิตช่วงที่ผ่านมา .. ฉันก็ไม่ต่างกับคนอีกมากมายที่ชีวิตถูกกลืนหายไปกับความเร่งรีบ การแข่งขันกันไปเสียทุกอย่าง ที่บีบคั้นและกลายเป็นวิถีชีวิตของคนในเมืองใหญ่ … วันเวลาที่ไหลผ่านไปในแต่ละวัน ไม่เอาใจใส่กับสิ่งรอบข้างเท่าที่ควร และมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งสวยงามรอบๆตัว … ผูกตัว มัดใจแสวงหาไปไม่สิ้นสุด กับทุกลมหายใจเข้าออกที่ผ่านมา จึงไม่เคยรู้จักกับคำว่า ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่านั้นคืออย่างไร?

มันช่างยากเย็นมากมายที่จะอยู่กับปัจจุบัน มองไม่เห็นคุณค่าว่า เวลาปัจจุบันเท่านั้นที่เราสามารถทำอะไรก็ได้ … บ่อยครั้งที่ตัวอยู่ที่นี่ แต่ใจล่องลอยอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ช่างเป็นการสูญเปล่าที่น่าเสียดายจริงๆ … Where I go, there I am not …

ช่อดอกอินทนิลโยกไหวไปมา ยามสายลมโบกโบยมากระทบกลีบดอก … ดอกอินทนิลจึงเป็นตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตที่มีความสุข และรับมือกับหน้าร้อนได้อย่างแข็งแกร่ง … น่าอัศจรรย์ใจที่ดอกไม้กลีบดอกแบบบางมีวิธีทำให้ชีวิตลดร้อน ปรับสมดุลได้ ไม่เสียศูนย์

ร้อนกาย … อาจจะไม่เท่าร้อนใจสำหรับใครบางคน แต่สำคัญที่สุด ที่เราต้องประคองจิตใจให้ไม่สุขหรือทุกข์จนเกินไป ปล่อยวางให้จิตใจสบาย สงบ คลายกังวล คิดเสียว่าจังหวะในการใช้ชีวิตของคนเรามีขึ้นมีลง ไม่เช่นนั้นใจจะถูกเผาให้เร่าร้อนเหมือนมีดวงอาทิตย์ในชีวิตทุกๆวันไป

ชีวิตคือการเดินทาง … คนเดินทางไปในถนนสายชีวิต … การเดินทางในถนนสายนี้เราไม่ได้ผ่านเฉพาะแค่เส้นทาง แต่เราได้ผ่านสัจธรรมมากมายที่เดินเคียงคู่ไปกับเราระว่าง “เส้นทาง” และ “ระยะเวลา” ในชีวิต … เราใช้เวลาเดินทางไปในทุกหนแห่ง แปลกแต่จริง คือเราไม่ค่อยได้เดินทางเข้ามาในจิตใจของตัวเราเองเท่าไหร่ … ลืมไปบ่อยๆว่า “ความสุข” อยู่ใกล้ๆ แค่ในใจเรานี่เองค่ะ

 

ดอกจาน … บานแล้วที่บ้านฉัน

เมื่อลมร้อนกางแขนโอบกอดผืนดิน เป็นเวลาที่ดอกไม้แสนสวยหลายชนิดที่ถูกจริตกับไอแดดได้เริ่มผลิบาน อวดกลีบดอกเส้นสายลายโค้งให้ฉันได้ส่งสายตาไปชื่นชม เก็บกลีบดอกที่ร่วงหล่นบนพื้นขึ้นมารวมไว้ในอุ้งมืออย่างหลงไหล … ณ ที่นั้นดูเหมือนถูกปูด้วยผืนพรมธรรมชาติชั้นดี

ดอกจานสีส้มสดใส … เป็นของขวัญ เป็นความจริงใจที่ธรรมชาติมอบให้กับผืนดินหน้าแล้ง สีส้มสดตัดกับสีสดใสของท้องฟ้าอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ฉันแอบยิ้มให้ถนนฝุ่น แสงแดดและสายลม รู้สึกดีที่ได้เดินไปตามถนนในหมู่บ้านที่เงียบสงบ .. ที่ที่ก่อเกิดความรู้สึกคุ้นเคยและวางใจ

สายลมพัดโบกโบยในบางครั้ง … ชนบทของไทยเป็นแหล่งที่ฉันสูดกลิ่นความเป็นไทยได้ทั่วถึงปอดได้ดีที่สุด ฉันไม่กังวลกับเหงื่อที่ชุ่มหลัง ไม่กังวลใจ แม้ไม่รู้ว่าถนนข้างหน้าจะพาฉันไปหนใด … สีส้มของดอกจานเป็นเข็มทิศนำทางการเดินไปเรื่อยๆ

หลายคนเชื่อว่า บ้านใดปลูกดอกจาน หรือต้นทองกวาวไว้ประจำบ้านจะทำให้มีเงินมีทองมาก เพราะทองกวาวเป็นไม้มงคลนาม คือสามารถมีทองได้ตามธรรมชาติหรือมีทองมากนั่นเอง นอกจากนี้ดอกยังมีความสวยเรืองรองดั่งทองธรรมชาติ …

ดอกจานชูช่อสั่นไหว เริงร่าเต้นระบำตามสายลมที่พัดมากระทบกลีบดอก … ฉันเริ่มนึกถึงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่เคยดำเนินไปแบบวิ่งเร็ว เดินเร็วไปเสียทุกอย่าง จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ปีแล้วปีเล่า … แต่หลังจากบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้ฉันหยุดคิดและหันหลัง กลับมาเดินช้าๆ .. ดีใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพื่อให้เราได้รู้และเลือกด้วยตนเอง ได้มีชีวิตที่ดีที่สุด

ธรรมชาติ … คือการเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดจีรังคงที่เช่นกันทั้งหมด ดอกจานแสนสวยก็ไม่พ้นกฎของธรรมชาติอันนี้ .. ดอกตูม ผลิบาน แล้วร่วงหล่น .. ดอกไม้จะสวย เลอค่า สูงส่งแค่ไหน สุดท้ายก็ร่วงลงสู่ผืนดิน … กลีบบางของดอกไม้แสนสวยที่เกลื่อนกล่นอยู่บนพื้น เหมือนจะกระซิบเตือนให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิต ไม่มีอะไรสวยงามและยั่งยืนตลอดไป …